อโศกรำลึก ปีนี้ ที่….

_MG_0569

12/06/2012

เมื่อคืนนี้ผมตื่นสายครับ เพื่อนอุตส่าห์ขึ้นมาปลุก ถึงชั้นสี่ กระชากผ้าห่มออก แล้วตะโกนถึงสองสามที ผมลุกขึ้นนั่ง รู้สึกห้องที่เรานอนรวมกันมันกว้างขึ้น แล้วก็หดเล็กลง สลับกันไปมาๆ ยังไงชอบกลๆ  ผมเลยล้มตัวลงนอนต่อ มารู้สึกตัวอีกทีก็เกือบจะเจ็ดโมงแล้ว

ที่จริงผมเพิ่งกลับมาจากงานอโศกรำลึก เมื่อวานนี้เอง ก็เลยอยากจะเขียนเรื่องนี้ให้เสร็จเลยเร็ว เพราะอารามณ์ความรู้สึกที่ผมเพิ่งจะได้รับมามันยังคงค้างอยู่ หากปล่อยไว้นานๆ อาจจะมีความรู้สึกของเหตุการณ์อื่นๆ มาปะปนอยู่ด้วย แต่จะเขียนมันก็ไม่รู้จะเริ่มเกริ่นจากตรงไหนดี ความรู้สึกมันอัดแน่นอยู่ แต่ไม่รู้จะอธิบายยังไง นี่แหละปัญหา เฮ้อ…

——————————————————

02/06/2012

ผมตื่นมาตื่นเช้ามืด เพราะรับปากว่าจะทำเต้าหู้ เมื่อคืนอุตส่าห์ไปแช่ถั่วเหลืองไว้ตั้ง 80 กิโลฯ ทำไปได้แค่สิบกว่าก้อน เครื่องโม่ถั่วเหลืองก็ดันมีปัญหา ต้องขนขึ้นรถมาโม่ที่เฮือนหญังกิน(โรงครัวกลาง) ซึ่งกว่าจะเสร็จก็เกือบบ่ายสอง แล้วต้องขนไปต้มไปอัดก้อนที่โรงเต้าหู้อีกกว่าจะเสร็จจริงๆ ก็บ่ายสามโมงกว่า

แถมเย็นนี้ก็ต้องเดินทางไปงานอโศกรำลึกแล้ว จะจัดข้าวจัดของทันรึเปล่ายังไม่รู้เลย ระหว่างนั้นพวกเรา(ทีมทำเต้าหู้)เลยลังเลใจว่าจะไปไม่ไปดี เพราะไปนู่นก็ต้องทำงาน อยู่ที่นี่ก็ต้องทำงานเหมือนกัน แต่อยู่ที่นู่น ที่หลับที่นอนก็ไม่ได้สบายเหมือนที่นี่ ห้องน้ำห้องท่าก็ไม่สะดวกเท่าไรนัก “ตกลงเอาไงวะ?” เพื่อนผมถามแบบนี้ ผมก็จนจะตัดสินใจอย่างเฉียบขาดได้ แต่ด้วยพ่อผมสอนมาดี ผมจึงเห็นประโยชน์หลายอย่างของการไปร่วมงานครั้งนี้(ว่ากันไปงั้นๆ 55+) จึง….

เอาวะ ไปก็ไป หวังน้ำบ่อหน้าละกัน หมอนมุ้งไม่เอาไป ผ้าห่มผืนเดียวก็อยู่ได้แล้ว”

ไม่กลัวจะลำบากรึไงหือ?”  ส่วนนึงของใจผมก็แอบหวั่นๆ อยู่บ้าง

ก็ทนเอาสิ” ผมตอบตัวเองไปแบบนี้ แล้วสะพายเป้ใบเก่งแบกขึ้นบ่า เดินลงไปรวมตัวกับเพื่อนคนอื่นๆ

03/06/2012

เมื่อคืนนอนบนรถไฟครับ รู้สึกไม่ค่อยเต็มอิ่มเท่าไร เพื่อนผมบางคนเอาสาดเอาเสื่อมาปูนอนอยู่ใต้เบาะ หลับเป็นตาย คนที่เหลือก็ต้องไล่คนที่นั่งด้วยกันข้างๆ ให้ไปนอนที่อื่นบ้าง ส่วนผมนี่นั่งหลับจนคอเหี่ยว กระดูกกระเดี้ยวเบี้ยวหมด ต้องตื่นมาเปลี่ยนอิริยาบถกลางดึกอยู่หลายครั้งด้วยกัน เพราะนั่งไปนานๆ มันจะปวดเมื่อนกล้ามเนื้อ และอาจจะเกิดแผลกดทับได้

พอลงมาจากรถไฟที่สถานีสามเสน ผมคิดเอาไว้เลยว่า “ไปถึงสันติอโศกจะหาห้องน้ำเข้าก่อนเป็นอันดับแรก แล้วก็นอนพักอีกสักครึ่งวันค่อยไปช่วยเขาทำงาน” เพื่อนๆผมส่วนใหญ่ก็คงเห็นไปไม่ต่างจากนี้มากนัก แต่พอลงจากรถหกล้อคันที่ไปส่งเรา แปลกใจทันทีที่ภาพเบื้องหน้านั้นเป็น “ลานพระบรมรูปนี่นา? แล้วนั่นก็พระที่นั่งอนันตสมาคม….เฮ้ย!!! นี่เรามาที่นี่ได้ไงเนี่ย?”

เราเกิดความเคลือบแคลงใจเพราะไม่มีใครได้บอกเราก่อนหน้านี้เลย เราเลยคิดไปเองว่างานอโศกรำลึกปีนี้จัดที่สันติอโศกเสียอีก ผมเชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงจะหัวเสียน่าดูที่เจอกับเหตุการณ์แบบนี้ แต่เวลาแบบนี้ผมไม่คิดอะไรหรอก วางกระเป๋าได้ผมก็เดินเลาะหาห้องน้ำแล้ว

แต่ยังไม่ทันจะเดินไปถึงไหนเลย เค้าเรียกให้ไปเอากระสอบปุ๋ยลงจากตู้ตี้ รถหกล้อที่ใช้ขนของ เสร็จแล้วก็ช่วยกันกางเต้นท์หลังใหญ่ๆ อยู่ห้าหกหลัง แล้วโดนใช้ยกโต๊ะ(ใหญ่หยั่งกะเตียง)ไปที่โรงครัวอีก กว่าจะได้กินข้าวก็เก้าโมงกว่าๆ มั้ง แต่พวกเราน่ะสบายอยู่แล้ว เกือบเที่ยงก็กินมาแล้ว เรียกได้ว่า “โหดกว่านี้ก็เจอมาแล้ว” ว่างั้นเถอะ แม้เพื่อนบางคนจะค่อนข้างจะฝืนใจมากก็ตาม

ที่พักเราก็บนฟุตบาทนั่นแหละ มีแค่เต้นท์หลังใหญ่กางคุ้มหัวอยู่ เราแค่เอากระเป๋าไปวางๆ กองรวมกันไว้ ไม่รู้จะนอนยังไงก็เอาผ้าใบ เสื่อน้ำมันมาปูนอนกลางวัน(แถวนี้เรียกนอนเวร) ส่วนผมก็ไม่มีอะไรมากหรอก นอนๆ ไปพอแก้ง่วง กวาดมือไปได้กระเป๋าใครไม่รู้มาหนุนได้ก็หลับไป ตื่นขึ้นมาอีกที เพื่อนมันหายไปไหนหมดไม่รู้ ขนมวอยซ์ก็อยู่ในกระเป๋าเสื้อสองซอง (เพื่อนเอามันมายัดใส่ปากผมก่อน แต่ผมละเมอปัดตกไปถึงสองชิ้น ก็เลยเอาเป็นซองให้แทน 55+)

กว่าจะได้เข้าห้องน้ำก็ 3-4 ทุ่ม ก็ได้รถสุขาเคลื่อนที่นั่นแหละช่ววยชีวิตไว้ วันนี้ไม่ได้อาบน้ำเลยครับ พูดจริงๆ ยังอยู่ในชุดทำเต้าหู้อยู่เลยผม(แต่คนอื่นเค้าไปอาบที่ไหนไม่รู้ ถามดูก็ไม่ชัดเจน)

04/06/2012

ตั้งแต่มาเข้าเรียนที่นี่ รู้สึกว่าการใช้ชีวิตของผมจะง่ายขึ้นครับ ก่อนจะมานี่คิดเลยนะว่า จะนอนยังไง? จะเข้าห้องน้ำยังไง? อ้าวเป็นแบบนั่งยองๆ (ส้วมซึม)เหรอเนี่ย!?? แต่เดี๋ยวนี้ผมไม่ค่อยได้คิดอะไรแล้ว เมื่อคืนก็แค่เอากระดาษลังมาปูนอน ถอดเสื้อนักเรียนออกเป็นหมอน มุ้งไม่มีหรอก ยุงก็ยุงสิ แต่แปลกแฮะ พอผมนำแล้ว กลับมีคนที่ตามมานอนด้วยสี่ห้าคน  “เอ้อ คนเรานี่ก็เต็นท์ดีๆ มีไม่นอน มานอนอย่างขอทานกับเรา(ผมคิดว่าในเต็นท์คงจะร้อนอบอ้าวน่าดู)”

แต่ก็นั่นแหละ ผมโดนเบียดตกกระดาษลัง เลยไปนอนบนพาเลท เป็นชั้นไม้เอาไว้รองเวลาจะวางของ สุดท้ายก็ฉวยได้เป้ตัวเอง ไปนอนใต้เสาไฟ สว่างดี ยุงไม่ค่อยจะมี

วันนี้ได้แบ่งกลุ่มเพื่อให้ง่ายต่อการควบคุมดูแล และทำงานกันเป็นทีม ผมอยู่ทีมปุ๋ย ก็ขายปุ๋ยที่เพิ่งจะแบกลงจากตู้ตี้เมื่อวานนั่นแหละ ขายเป็นถุงๆ ขายแบบขาดทุน เพราะเราอยู่ในสังคมบุญนิยม “บุญต่างคนต่างเร่งกอบโกย เป็นคำนึงที่ผมและเพื่อนๆ ได้ยินมาและยังคงดังก้องอยู่ในหัวอยู่เป็นระยะๆ เราทำตามพระราชดำรัสที่ว่า “ขาดทุนคือกำไร(our loss is our gain)” นั่นเอง” 

และบางทีลูกค้าก็มักจะซื้อทีเป็นกระสอบไปเลย ซื้อแล้วแบกไปเองไม่ไหวก็ต้องเป็นหน้าที่เราหน่วยบริการลูกค้า บริการส่งคนค้าถึงพาหนะของท่าน แบกไปทีก็ไกลๆ นู่นแนะข้างสี่แยก บางทีก็หน้าพระที่นั่งฯ เจ็บหลังเมื่อยไหล่แทบตาย จะวางมีนลงก็ไม่ได้ เพราะแบกขึ้นบ่าเองไม่ไหว แต่เราก็ชอบเหมือนเพราะ ลูกค้าบางคนเห็นใจก็ให้ทิปเป็นรางวัล ผมได้อยู่ 20+20+20=60.-

ตอนแรกที่เขาให้ก็ไม่รับไม่เป็นไรครับ แต่เขายัดใส่กระเป๋าเราเองเลย ก็เลยเอาเข้าส่วนกลางไปซะ เพราะอยู่ที่นี่ไม่ต้องใช้เงินก็อยู่ได้ ค่าครองชีพเป็นศูนย์ แถมยังไม่ผิดกฎระเบียบอีกด้วย ลูกค้าบางคนเดินนำไปที่รถ หันหลังกลับมาเห็นเราแบกหนัก ก็เลยรีบวิ่งนำไปเลย กลัวเราจะได้แบกนาน เห็นแล้วก็ขำในใจครับ แต่ลูกค้าบางคนก็ไม่มีแม้แต่คำว่า ขอบใจ เลยสักคำ เราก็ต้องทำใจพอสมควร

แดดร้อนๆ ตอนเที่ยงๆ ก็ต้องแบกไปส่งให้เค้า รถเก๋งบ้าง รถกระบะบ้าง แท็กซี่บ้าง มอเตอร์ไซค์ก็ยังมี แต่ที่โดนใจที่สุดนี่ ต้องนี่เลยครับ รถตุ๊กตุ๊ก เหมามาซื้อของ แล้วให้ผมแบกไปส่งที่ตุ๊กๆ นี่แหละเด็ดสุด

เวลาร้อนๆ แดดเปรี้ยงๆ แบบนี้ ผมและเพื่อนๆ ก็จะแอบหนีงานไปออกไปทางหลังเต็นท์ เพื่อแสวงหาสิ่งดับความอยากความกระหาย และก็มีอยู่ทั่วไปเสียด้วย แต่ที่ดูจะขาย(ฟรี)ดีที่สุด น่าจะเป็นร้านของศิษย์เก่าศีรษะอโศก มีทั้งเฉาก๊วย เฉาก๊วยนมสด น้ำลำไย น้ำแคนตาลูป น้ำฝรั่ง น้ำเงาะยังมีเลย! ไม่รู้ว่าทำยังไงเหมือนกัน

ตอนเย็นๆ ผมเห็นเค้าจะไปเก็นผลไม้ที่ระยองกันครับ เลยขอไปด้วย ไปค้างที่นู่นอยู่สามคืน ก็สนุกดี ผมจะเอามาเขียนเล่าเป็นอีกเรื่องหนึ่งทีหลัง ติดตามดูได้ที่นี่เลยครับ

….

This slideshow requires JavaScript.

….

—————————————————
ต่อ
ตอนที่สองครับ….

เรื่อง :

เด็กชายเพียงตะวัน พุทธา ม.๓

ขอขอบคุณ :

อามดถึงดิน – คำแนะนำ(แม้ยังไม่เสร็จดีอาก็เผยแพร่ไปจนได้)

คุรุท่านอื่นๆ – คำบ่น คำสอนของท่านที่ช่วยขัดเกลาเรา

พี่ตั๊บโต้ – รูปภาพบรรยากาศของงาน(ไม่งั้นก็ไม่รู้จะไปหารูปมาจากไหนกัน)

เพื่อนๆ – เร่งให้เสร็วเร็วๆ

และท่านผู้อ่าน – อุตส่าห์มาเยี่ยมเยียนบล็อกของเรา(เรื่องจะยาวแค่ไหนก็ทนอ่านจนจบ)

ขอบพระคุณจากใจครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

  • จำนวนการคลิกสุงสุด

    • ไม่มี
%d bloggers like this: