เตรียมการงานปลุกเสกฯ ณ สวนองค์พระพุทธโต (ตอนที่สอง)

พ่อข้าดิน

24/03/2012

เป็นเวลาหลายอาทิตย์แล้วนะครับ ที่พวกเรา(ฐานคอมฯ)ได้ไปทำงานกับพ่อข้าดิน ที่สวนองค์พระพุทธโต เพื่อเตรียมการสำหรับงาน “ปลุกเสก พระแท้ๆของพุทธ ครั้งที่ ๓๖” เฮ้อ..ช่วงนี้ยิ่งยุ่งๆอยู่ เตรียมสอบ งานก็ต้องทำ แล้วยังต้องมาเขียนเรื่องนี้อีก เฮ้อ… หลายเรื่องหลายราวก็เข้ามากันเรื่อยๆ เนอะครับ อยู่ที่เราว่าจะจัดการกับเรื่องพวกนี้ยังไง เอาล่ะๆ ผมก็นอกเรื่องไปมากแล้วเหมือนกัน 55+

——————————————————————

…เกิดมาคนเราก็ต้องทำงาน ผมก็เหมือนกันกับทุกๆคน ทุกๆเช้าผมก็ต้องเดินไปเข้าฐานงานที่สวนพระพุทธโต ผ่านหน้าองค์พระพุทธโตทีไร ผมเป็นต้องเหลียวมองดูพระพักตร์ขององค์พระทุกที บ้างทีมองไปนานๆ ก็เหมือนว่าพระพุทธโตจะเหล่สายตามองมาที่เรา ไปๆมาๆก็หันมามองเราเลย สงสัยจะทำงานหนักเกินไปแล้วล่ะมั้งเรา?

เมื่อวานนี้อาน้อย(คุรุในฐานงาน) พึ่งจะไถกลบแตงกวากับแตงร้านทิ้งไป เพราะว่าต้องเปลี่ยนพื้นที่ในส่วนที่ปลูกแตงนั้น ให้เป็นที่สำหรับให้คนเขานั่งฟังเทศน์ฟังธรรม ในงาน “ปลุกเสก พระแท้ๆของพุทธ” ที่ใกล้เข้ามาทุกที และอีกสาเหตุหนึ่งก็คือ แตงมันใกล้หมดอายุขัยแล้วไม่มีผลผลิตให้เก็บเกี่ยวอีกต่อไป ปล่อยไว้เฉยก็ไม่มีประโยชน์ ไถกลบให้เป็นปุ๋ยบำรุงดินซะเลยยังจะดีกว่า

ช่วงนี้ใกล้งานปลุกเสกฯ เข้าไปทุกที แต่ละฐานงานก็คงรีบเตรียมการกันซะให้วุ่น แต่ฐานเราออกจะสบายๆ ยังไงๆอยู่ ก็เพราะเตรียมกันมาตั้งนานแล้ว พ่อข้าดินบอกว่า “ที่ตรงนี้เมื่อก่อนเป็นสระน้ำ เค้าก็เอาดินเอาอะไรมาถม แล้วพ่อท่านก็มีนโยบายที่จะปลูกทานตะวัน ปลูกอะไรที่มันกินได้รอบๆ พ่อข้าดินจึงเข้ามาในจุดนั้น ดินที่เอามาถมบ่อน้ำก็เป็นดินเหนียวที่มีความเป็นกรดสูง…”

ลักษณะดินที่เป็นกรด : แก่นแน่น แข็ง ไร้ชีวิต ไร้แร่ธาตุจุลินทรีย์ สีออกแดงๆ ส้มๆ ปลูกอะไรก็ไม่โต

ลักษณะดินที่เป็นด่าง : เย็นๆ ไร้ชีวิต ไร้แร่ธาตุ สีออกดำๆ คล้ำๆ ส่วนมากจะเหลวๆ ปลูกอะไรก็ไม่ได้กิน

“พ่อก็มาสร้างดินบ้านให้เป็นดินป่า(ปรับปรุงดิน) คือเอาแกลบดิบ แกลบดำ มูลสัตว์ อินทรีย์วัตถุ คลุกเคล้ากัน รดน้ำจุลินทรีย์ หมักดินเอาไว้ก็ทำมาเรื่อยๆนี่แหละ มันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จนเดี๋ยวนี้ปลูกอะไรก็ได้กิน ไม่ต้องห่วง” พ่อข้าดินพูดพร้อมกับกำดินขึ้นมาให้เราสัมผัสพิสูจน์ความจริง

ช่วงนี้จะเป็นงานถากหญ้าออกจากแปลง แล้วค่อยใส่ปุ๋ยพรวนดิน แต่สำหรับหญ้าแห้วหมู(เป็นพืชชนิดหนึ่ง หัวอยู่ลึกลงไปในดินตั้งแต่ปลายก้อนถึงเกือบคืบ โดนน้ำท่วมแล้วยังไม่ตายเลย ที่จริงเป็นสมุนไพรพื้นบ้าน แต่เมื่อเกิดในแปลงผักมันก็คือ วัชพืช ปกติพบได้ตามพื้นดินทั่วไป) ผมรู้สึกว่า แถวไหนดินชื้นๆ แดดแรงๆ แห้วหมูจะเจริญเติบโตได้ดีเป็บพิเศษ แถวไหนดินแข็งๆ แห้งๆ แห้วหมูก็แคระๆ เก็นๆ ไม่น่าดูเลย คิดไปคิดมา แห้วหมูก็เป็นสิ่งที่ชาวไร่ชาวสวนต้องต่อสู้กันมาตลอด เอามันออกเท่าไรๆ ก็เกิดขึ้นมาอีกทุกที พ่อข้าดินบอกว่า “ทางออกที่ดีที่สุดคือ ขุดเอาหัวแห้วหมูออกมาเรื่อยๆ เดี๋ยวมันก็หมดเอง” และ “เวลาเอาหัวแห้วหมูออกแล้ว ให้โยนทิ้งไปกลางถนนดินแข็งๆ  เลย ถ้าโยนไว้บนแปลงเดี๋ยวมันก็เจริญเติบโตขึ้นมาอีก”

วันนึงผมถางหญ้าอยู่ที่หน้าห้องน้ำหญิง หน้าห้องน้ำก็จะมีต้นมะยมอยู่ 2 – 3 ต้น ผลมะยมบนต้นก็ล่อตาล่อใจเหลือเกิน “ไม่มีใครมาคุมงานซะด้วยสิ….” ผมคิดพลางเดินที่ใต้ต้น เอื้อมมือขึ้นไปกำมะยมพวงนึงไว้ ก่อนจะเด็ดก็ได้ยินเสียงมาจากข้างหลัง “อ้าว….ใครจะไปโรงปุ๋ยบ้าง?” เล่นเอาผมสะดุ้ง หันไปมองข้างหลังก็ยิ่งสะดุ้งเข้าไปกันใหญ่ ก็พ่อท่าน(สมณะโพธิรักษ์)กำลังจะขึ้น “คุณปู่(รถเต่าสีดำ)” ไปโรงปุ๋ยพอดี


ไอ้ผมก็ไม่รู้จะทำอะไรเลยได้แต่ก้มลงกราบ ทำไงได้ล่ะ? หลักฐานก็คามืออยู่เห็นๆ  เมื่อพ่อท่านสตาร์ทเครื่องขับผ่านไปแล้ว
ผมจึงค่อยโล่งใจขึ้นมาหน่อยนึง แล้วก็จัดการกับหลักฐานในมือซะเรียบร้อย

พ่อข้าดินก็ยังบอกอีกว่า “มาทำงานกับพ่ออย่าคิดว่า แค่มาทำงาน ให้คิดซะว่ามาศึกษาเรียนรู้กับพ่อ สิ่งที่พ่อพูดไปในระหว่างที่ทำงาน ใครจดไว้จำไว้ก็ถือว่าเป็นนักศึกษา ใครมัวแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างเดียว ก็คือกรรมกร หรือผู้ใช้แรงงาน นี่คือข้อแตกต่างระหว่าง นักศึกษา และ กรรมกร ทำงานเหมือนกัน แต่ได้อะไรไม่เหมือนกัน”…

————————————————————

พวกผมก็ขอขอบคุณทุกท่านที่อุตส่าห์อ่านจนจบนะครับ

เรื่องและภาพ : เด็กชายเพียงตะวัน พุทธา และนายเมธัส หลักเขต ม.2

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

  • จำนวนการคลิกสุงสุด

    • ไม่มี
%d bloggers like this: