เลี้ยงส่ง โชคดีนะพี่ม.6 ยินดีนะน้องม.3

พี่ ม.6 รุ่นที่ 9

14/2/2012

———————————————–

14.17 น.

วันนี้ก็เป็นวันดีอีกวันหนึ่ง เราเรียกวันนี้ว่า “วันวาเลนไทน์” นั่นเอง เป็นวันที่มีนักบุญคนหนึ่งยอมสละชีวิตตนเองเพื่อความดีงาม แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นปัญหาสังคมที่เราคนไทยทุกคนไม่อาจมองข้ามไปซะได้ เฮ้อ…. เรามาพักเรื่องนี้ไว้ก่อนดีกว่า คือพอดีวันนี้เป็นวันที่โรงเรียนของผม (โรงเรียนสัมมาสิกขาราชธานีอโศก) จัดงานเลี้ยงส่งให้รุ่นพี่ม.3 และม.6 ที่จะจบการศึกษาจากที่นี่ไป พี่ม.3 บางคนอาจจะกลับมาเรียนต่อม.4 ก็ได้ไม่มีปัญหา ผมก็ได้รับมอบหมายให้ติดตามงานนี้อีกแล้วสิ

ผมเดินลงไปที่ใต้เฮือนศูนย์ พี่ม.4 และปวช.ทั้งปี 1 และปี 2 ช่วยกันจัดเวทีเตรียมงานกันอยู่ แบ่งเป็นหลายๆทีม ทีมจัดเวที ทีมเขียนป้ายงาน ทีมทำซุ้มประตูทางเข้า ทีมเครื่องเสียง ทีมแสงสี แบ่งงานกันไป ผมมานั่งดูพี่เค้าได้สักพักหนึ่งก็…

“อ้าวโอม…ไม่มีอะไรทำใช่ไหม? มาเลยๆ มาช่วยกัน” พี่เค้าเรียก

ผมก็ว่างๆอยู่พอดี ก็เลยไปช่วยพี่เข้าสักหน่อยนึง ดูพี่เค้าจะสนุกกับการจัดเตรียมงานนี้จัง บางคนฮัมเพลงไประหว่างที่ระบายสีแผ่นป้าย เพื่อนผมคนหนึ่ง(ไอ้คนที่วาดรูปเก่งๆนั่นแหละครับ)ก็สนุกกับการวาดรูปรูปล้อเลียนพี่ๆม.6 ทั้งสี่คนอยู่(ปีนี้โรงเรียนผมมีนักเรียนม.6 อยู่ 4คนเอง) ท่ามกลางเสียงเฮฮาจากคนที่เห็น ผมก็คนนึงล่ะ รุ่นพี่ที่มาเตรียมงานส่วนใหญ่จะเป็นสายอาชีวะ ทั้งนั้น ใครจะคิดว่าช่างเครื่อง ช่างยนต์ ก็เป็นช่างศิลป์ได้เหมือนกัน พี่ๆเค้าก็ทำไป หยอกล้อกันไปเรื่อยๆ ไม่ได้เร่งรีบอะไรมาก

“เฮ้ วิชญ์ ไปเล็งดูให้พี่หน่อยดิ ว่าเอาป้ายนี่แขวนกับเสาไหนดี?” เสียงพี่ทุ่งดินตะโกนบอกพี่อีกคนหนึ่ง “แล้วที่จะเขียนป้ายนี่มี แนวอะไรบ้างรึยังเนี่ย?”

“กะจะเอาแบบอินดี้ๆ หน่อยอ่ะครับ พี่ม.6ก็เอาแบบหวานๆนิดนึง น้องม.3ก็แบบแรงๆ แนวๆ หน่อย” พี่คนที่ไปเล็งป้ายให้ตอบ

ฟังพี่เค้าคุยกันผมก็งงอีกแล้ว ศัพท์วัยรุ่นแบบนี้ยากนักที่คนหัวช้าอย่างผมจะรู้เรื่องได้ง่ายๆ ได้ยินมาแว่วๆว่า พี่ปวช. บางคนที่มาช่วยกันเตรียมงาน ยังไม่ได้ขออนุญาติจากท่านสมณะผู้ดูแลอาชีวะเลย แม้แต่ตอนที่ไปค่ายฯรับผ้าพันคอน้องม.1 เมื่อปีที่แล้วก็เหมือนกัน ไม่รู้กลับไปจะได้ทำอะไรบ้าง

“อย่างน้อยๆ ก็แค่หักวันพักทำงานชดเชยล่ะ ไม่เป็นไรหรอก”  พี่เค้าว่างั้น

เวทีนี่ต้องจัดให้แล้วเสร็จก่อน 6 โมง เพราะงานเลี้ยงส่งจะเริ่มตอนนั้นพอดี (น่าจะเรียกงานส่งธรรมดาๆ มากกว่า เพราะไม่มีของกินอะไรมาเลี้ยงกันเลยนะสิ) พี่บางคนก็บ่นอุบอิบเบาๆ แบบไม่อยากให้ใครได้ยิน แต่ก็เก็บเอาไว้ในใจไม่ไหวว่า

“หิวข้าวแล้ว….โว้ย”

เสียงประกาศดังขึ้นบอกว่า ตอนนี้ 4 โมงเย็นแล้ว ผมรู้สึกเซ็งนิดๆ ที่กล้องแบตหมด เด็กๆนักเรียนก็เริ่มเลิกฐานงาน มาเดินดูการจัดกันเวทีกันซะขวักไขว่ ผมคงต้องไปแล้วล่ะ

15.48 น.

รุ่นพี่คนนึงเรียกรวมแถวหน้าซุ้มประตูที่ทำขึ้นมาง่ายๆ ด้วยก้านมะพร้าว และกระถางดอกไม้ ตอนเย็นนี้รู้สึกจะรวมแถวกันเร็วดีแฮะ แต่ก็ยังมีบางคนที่มัวแต่ชักช้าอยู่เป็นส่วนน้อย พวกเราก็เดินลอดผ่านซุ้มประตูไป จำได้ว่าว่าปีที่แล้วจะมีการเอาแป้งมาผสมกับสีพอเหลวๆ แล้วเอา มาป้ายหน้าป้ายตาพี่ๆ กันด้วย พูดแล้วก็คิดถึงตอนนั้นเหมือนกันแฮะ ปีนี้รู้สึกจะเรียบๆง่ายๆ มีท่านสมณะมาเปิดงาน แล้วก็การแสดงง่ายๆ ของนักเรียนแต่ละระดับชั้น จะร้องจะเล่น หรืออะไรก็ได้ แต่ขอให้ทำด้วยใจก็พอ

สำหรับผมแล้ว ก็ไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายอะไรหรอกครับ อาจจะรู้สึกชื่นชมและนับถือบ้าง ที่อุตส่าห์ฟ่าฟันมาจนจบม.6 ได้ (ผมเองยังไม่รู้เลยว่าม.2 จะรอดรึเปล่า?) แต่หนทางยังไกลนัก ไม่รู้ว่าจะเจออะไรบ้างในภายภาคหน้า ก็ขอให้พวกเราได้เป็นกำลังให้พวกพี่ๆ ในยามใดที่เกิดท้อแท้ หมดกำลังใจ ให้ลุกขึ้นมาสู้ต่อได้ล่ะกัน

ใกล้ๆกันก็จะมีโต๊ะตั้งอยู่ตัวนึง มีคนเขียนป้ายเล็กๆติดว่า [เขียนความรู้สึก ,  ลงในสมุด  ,  ให้พี่ม. 6 ทุกคนนะคะ (ผู้ใหญ่ด้วย)] สมุดที่ว่านั้นก็มี 4 เล่ม เป็นของพี่ม.6 แต่ละคน น้องๆก็ทรอยกันมาเขียนความรู้สึกที่มีให้พี่ๆ อย่างไม่ขาดสาย เป็นของขวัญอีกชิ้นหนึ่งที่น้องทุกๆคน มอบให้พี่ม.6 ก่อนจบการศึกษาที่นี่ไป

17.55 น.

พี่ม. 3 ออกมาเปิดใจบนเวที บอกเล่าเรื่องราวตั้งแต่เริ่มเรียนจนกระทั่งใกล้จะถึงครึ่งทางของมัถยม ชีวิตในวัยเรียนของแต่ละคนก็แตกต่างกัน อาจจะเหมือนกันบ้างเป็นบางเรื่อง แต่น่าสนใจตรงแนวคิดมุมมองของแต่ละคนที่ต่างกัน ทั้งที่มีต่อตนเอง และผู้อื่น ถึงจะคิดต่างกันสักเพียงไหน ก็สามารถกอดคอกันฝ่าฟันอุปสรรค จนมาถึงจุดนี้ได้

หลายๆ คนก็อาจจะมีคำถามผุดขึ้นมาในหัวว่า ความรู้สึกตอนที่จบม.6 นั้นเป็นอย่างไร? อาจจะทุกข์ที่ต้องจากเพื่อนพ้องพี่น้องที่อยู่ด้วยกันมานาน หรืออาจจะสุขที่ได้จบการศึกษา ก็ยากจะคาดเดา แต่เราอย่าไปยึดติดกับอดีต หรืออนาคตมันมาก ทำปัจจุบันขณะนี้ให้ดีที่สุดจะดีกว่า

คุรุ(ครู)ในโรงเรียนหลายคนก็มาร่วมงานด้วย ท่านสมณะก็มาให้โอวาทก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อน ค่อนข้างจะดึกพอสมควร จัดตารางเวลาให้เหมาะสมก็นี้ก็ดี ระหว่างฟังเทศน์ไป ผมก็สัปหงกไปพลางๆ จึงไม่รู้ว่าท่านสมณะเทศน์อะไร? คนรอบข้างก็หัวเราะอยู่ เนื่องๆ พอผมตื่นตาสว่างขึ้นมาก็งง เดินกลับที่พักโดยไม่รู้เรื่องอะไรเลย

จริงๆแล้ว พวกผม(เพื่อนๆ)ก็อยากจะมีตัวตนอยู่ในใจพี่ๆเสมอ แต่คงเป็นไปไม่ได้หรอก เมื่อออกไปแล้วพี่ๆก็คงต้องพบกับผู้คนมากหน้าหลายตา แบกรับภาระเยอะแยะ จนไม่มีเวลาคิดถึงน้องๆ เลย สุดท้ายก็หยิบยกประโยคที่ลืมไปแล้วว่าได้ยินได้ฟังมาจากไหนว่า

“โชคดีนะพี่ ได้ดีอย่าลืมน้องๆ”

—————————————————

เด็กชายเพียงตะวัน พุทธา : เรื่อง

อามด ถึงดิน มุ่งมาจน : ภาพและคำแนะนำ

Comments
One Response to “เลี้ยงส่ง โชคดีนะพี่ม.6 ยินดีนะน้องม.3”
  1. nut พูดว่า:

    ยินดีด้วยนักเรียนสัมมาสิกขาราชธานีอโศก

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

  • จำนวนการคลิกสุงสุด

    • ไม่มี
%d bloggers like this: