การจบสัมมาสิกขา กับสารนิพนธ์

DSCN0107

ตั้งแต่เริ่มเข้ามาม.1 ที่สัมมาสิกขานี้ได้ใช้ชีวิตมากมาย หลากหลายประสบการณ์ และเมื่อแต่ละปีการศึกษาจะผ่านไป ช่วงปลายเทอม 2 มักจะเห็นพี่ม.6 ที่เตรียมตัวจะจบไป วิ่งวุ่นกับการทำสารนิพนธ์ รุ่นพี่หลายคนก็ขาดกิจกรรมบางอย่างเพื่อ ออกไปซื้อของ ล้างรูป เลือกรูปบ้าง อะไรประมาณนั้น ตัวฉันยังสงสัยว่านักเรียนที่จะจบสัมมาสิกขา ต้องไปเยอะกับการทำสารนิพนธ์ขนาดนี้เลยเหรอ ทำเพื่ออะไร ทำไมต้องทำ ทำแล้วได้อะไร มีประโยชน์อย่างไร เห็นรุ่นพี่เขาบอกว่า ต้องเร่งทำให้ทันวันรับกลด ทำแล้วจะเอาไปทำอะไรวันรับกลด

วันเวลาผ่านไปปีแล้วปีเล่า ฉันได้เห็นรุ่นพี่ทำสารนิพนธ์ทุกปีๆ มันจึงเป็นเหมือนการตอกย้ำเข้าไปในจิตใจ ให้เรารู้สึกว่ามันเป็นวัฒนธรรมว่าจะจบ ม.6 สัมมาสิกขาสารนิพนธ์คือสิ่งที่ต้องทำ ตอนนี้ตัวฉันก็อยู่ม.5แล้ว ปีนี้ก็เป็นปีสุดท้ายที่จะได้เห็นรุ่นพี่ม.6ทำสารนิพนธ์ เพราะปีต่อไปก็คงเป็นฉันที่ต้องเขียนสารนิพนธ์แล้ว แต่ความสงสัยที่ยังค้างคาใจ มันก็ยังมีเหลืออยู่ จึงต้องไปหาคำตอบด้วยตนเอง และเพื่อให้ได้คำตอบที่หลากหลายฉันจึงไปถามจากหลายๆคน และหลายหน้าที่

คนแรกที่ไปถามคือพี่ศิษย์เก่า พี่เขาบอกว่า “สารนิพนธ์คือสาระของชีวิตที่เรียนรู้จากม.1-ม.6 เป็นสัญญาร่วมกันว่าจะจบม.6ต้องได้เขียนสารนิพนธ์ถวายหลวงปู่ และทำมาทุกปีจนเป็นวัฒนธรรม” ต่อมาก็ได้ไปถามคุรุ ท่านบอกว่า”สำคัญนะสารนิพนธ์ ถ้าไม่ทำก็ไม่จบ เพราะไม่มีตัวบ่งชี้ว่านักเรียนได้อะไร เป็นการประเมิณผลเชิงประจักษ์(เป็นรูปธรรมชัดเจน) เป็นหลักฐานอ้างอิงภายภาคหน้า ได้เป็นตัวอย่างให้คนรุ่นหลัง เป็นการวัดผลว่านักเรียนได้อะไรไปบ้าง เป็นการเชิดชูว่าเราได้ทำอะไรสักอย่างฝากไว้ให้โรงเรียน คุณค่าของสารนิพนธ์คือความจริงที่ปรากฎ เป็นสัจจะธรรม เป็นตัววัดคุณค่า “ศีลเด่น เป็นงาน ชาญวิชา” ได้เล่าเรื่องทุกอย่างที่ประสบพบเจอในสัมมาสิกขา” และสุดท้ายเป็นการไปถามนักบวช ท่านกล่าวว่า “การเขียนสารนิพนธ์เป็นการรวบรวมเรื่องต่างๆที่เราเรียน เป็นการทบทวนระลึกถึง เก็บหลักฐานได้เห็นสิ่งต่างๆที่เราเรียน การที่เราทบทวนเป็นคุณค่า คือแสดงออกทางสารนิพนธ์ว่าสิ่งที่เราเจอะเจอในสัมมาสิกขา เป็นการพากเพียรเพราะการระลึกถึงอดีต เพื่อทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จนั้นไม่ได้ง่ายๆ เมื่อเราทำสำเร็จคือเราได้ชนะความขี้เกียจ จิตเราก็จะเก่งกล้า เมื่อไปเจอสิ่งที่เป็นอุปสรรคเราก็จะสามารถผ่านมันไปได้ เเละยังได้เป็นการเตือนใจระลึกรู้อดีตต่อไป”

เมื่อได้ฟังหลายๆท่านพูดจึงทำให้ได้คิดว่าเราต้องทบทวนการใช้ชีวิต ว่าคุ้มค่ารึยังทำดีหรือยัง จะจบแล้วเราจะเขียนอะไรลงไปในสาระนิพนธ์ จะทำแบบลวกๆหรือทำอย่างตั้งใจ

แล้วตัวฉัน ก็มีโอกาสได้ดูสารนิพนธ์ ของรุ่นพี่ในอดีต เห็นหลายๆเรื่องมีภาพเยอะแยะมากมายหลายๆเรื่องก็น่าประทับใจ บางเรื่องก็มีแต่ตัวหนังสือ ภาพนิดหน่อย บางเรื่องการเกริ่นนำสุดยอด แต่บางเรื่องก็ไม่น่าอ่านเพราะมีแต่ตัวหนังสือไม่มีตกแต่งอะไร แต่ปัญหาที่ฉันพบ แล้วทำให้ไม่อยากอ่านที่สุดเห็นจะเป็นการเขียนด้วยตัวหนังสือ ที่เล็กจนแทบอ่านไม่ออก มันทำให้อ่านยากมากจึงได้คิดว่าถ้าเราได้เขียนสารนิพนธ์ จะไม่เขียนตัวเล็กจนอ่านไม่ออก เมื่อเราได้ไปดูสารนิพนธ์ของรุ่นพี่แล้ว มันจึงเป็นเหมือนตัวอย่างว่าการจะทำสารนิพนธ์ เราจะทำแบบไหนแล้วจึงจะน่าอ่าน และทำให้มีสาระโดยที่ดูไม่น่าเบื่อ สรุปแล้วการที่ได้มาทำเรื่องสารนิพนธ์ก็ทำให้เราได้แนวคิด ได้มุมมองใหม่ๆของการทำสารนิพนธ์ในอนาคตที่จะมาถึงเร็วๆนี้

เรื่องและภาพ น.ส.ขวัญข้าว อัมพุช สัมมาสิกขาราชธานีอโศก ม.5

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

  • จำนวนการคลิกสุงสุด

    • ไม่มี
%d bloggers like this: