ไปแจกโรงบุญที่เดชอุดม

379814_284391481595877_100000750839147_736684_1409467638_n

วันพฤหัสที่ 8 เดือนธันวาคม 2554 ไปแจกโรงบุญที่เดชอุดม จ.อุบลฯ

มีข้าวปุ้น(แถวบ้านผมเรียก “ขนมเส้น”) ผัดเส้น แล้วก็ข้าวเกรียบที่เอามาโรงทาน เห็นพี่ที่ไปด้วยบอกว่าคงจะกลับมาเย็นๆนู่นแหละ ตอนนั่งรถไปก็นึกอยู่ว่า เอาไปเยอะขนาดนี้จะแจกหมดไหมเนี่ย? ไปถึงก็คงต้องนั่งรอกันสักพักล่ะ กว่าชาวบ้านเขาจะมา  แต่พอไปถึงกลับผิดคาดแฮะ บรรยากาศดูอบอุ่น มีพ่อแม่พี่น้องมารอพวกเรากันเต็มศาลากลางหมู่บ้าน บางคนมาช่วยยกหม้อลงจากรถ บางมาช่วยตักใส่ถุงให้คนอื่นๆเอาไปกินกันที่บ้าน กินไปคุยกับพวกเราไปอย่างสนุกสนาน เหมือนรู้จักกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน มีลุงคนนึง แกเดินได้ช้าและถือขันตักน้ำมาใบหนึ่ง ยิ้มมาแต่ไกลทีเดียวเชียว ในขณะที่ชาวบ้านคนอื่นๆแยกย้ายกันกลับหมดแล้ว และเราเองก็กำลังจะจากไปพอดี ด้วยเห็นในความเป็นมิตรและไมตรีจิต เราก็เลยแบ่งอาหารส่วนหนึ่งที่เป็นอาหารเช้าของเราให้แก แล้วยังกำชับลุงแกอีกด้วยว่า “คราวหน้าคราวหลังให้เอาถ้วยมาแทนนะลุง” ลุงแกก็ยังอุตส่าห์ตอบมาว่า “มันรีบ กลัวมาไม่ทันเขา ” รอยยิ้มเหี่ยวๆแต่ดูเป็นมิตรและจริงใจของแกพาเอาพวกเรายิ้มตามได้ไม่ยากเย็น

             นั่งรถไปอีกหน่อยก็จะถึงบ้านของญาติธรรมคนนึง ระหว่างทางก็เป็นบรรยากาศแบบบ้านนอกๆ นาข้าวที่พึ่งจะเกี่ยวเสร็จไปไม่นานนัก มองออกไปไกลสุดลูกหูลูกตา มีไม้ยืนต้นขึ้นอยู่บ้างบางตาเป็นระยะๆ ได้ความรู้สึกเหมือนหวนคืนสู่ธรรมชาติ ท้องไร่ท้องนาเรือกสวน  ทันทีที่ถึงบ้านญาติธรรม ซึ่งเป็นผู้ปกครองของนักเรียนสัมมาสิกขาคนหนึ่ง ก็มีพ่อใหญ่แม่ใหญ่มาต้อนรับ กินข้าวพักผ่อนอะไรกันเสร็จแล้ว ก็มาสรุปงานที่ไปแจกโรงบุญตอนเช้าว่าได้ประโยชน์อะไรบ้าง ได้ฝึกฝนตนเองลดละกิเลสอะไร? อย่างไรบ้าง? บรรยากาศก็ดูอบอุ่นเช่นเดียวกับที่เป็นมาตลอดทาง ไม่รู้เหมือนกันว่ามีอะไรมาดลบันดาล ให้เป็นแบบนี้ไปตลอดเลยหรือเปล่า?

ตกลงกันได้ว่าพวกอาๆป้าๆจะกลับกันก่อน ให้เด็กผู้ชายอยู่ต่อเพื่อรอขนกระสอบข้าวขึ้นรถหกล้อ เรานั่งๆ นอนๆ หาอะไรเล่นอยู่นานทีเดียว แดดร่มลมตกแบบนี้เหมาะแก่การพักกาย พักใจ และนอนกลางวันดีจริงๆ กว่ารถหกล้อที่ว่าจะมา เราก็กินข้าวเย็นกันเรียบร้อยไปหมดทุกคนแล้ว ทัั้งตำส้มตำ ทอดโปรตีนเกษตร และแกงเห็ด กินเสร็จเรียบร้อยก็พากันไปขนกระสอบข้าวขึ้นรถ ทุกคนช่วยกันเป็นอย่างดิบอย่างดี ไม่ว่าจะเด็ก คนเฒ่าคนแก่ ผู้ใหญ่ วัยรุ่น ผู้ชายผู้หญิง ไม่นานก็เสร็จสิ้น กระสอบข้าวแต่ละกระสอบขึ้นไปเรียงตัวบนรถอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย กว่าจะได้กลับก็เย็นมากแล้ว คงไปไม่ทันพ่อท่านเทศน์ตอนเย็นแน่ๆเลยแฮะ

ระหว่างทางที่จะไปถึงถนนใหญ่ ก็ผ่านเส้นทางเดิมที่เราเข้ามาในหมู่บ้านในตอนเช้า บรรยากาศแบบบ้านนอกไกลปืนเที่ยงที่หาไม่ได้ในเมืองกรุงใหญ่ๆ ดวงอาทิตย์กำลังตกอยู่พอดี ในจังหวะที่แสงสุดท้าย สาดส่องทาบทาตกทอดมายังท้องทุ่งนา และหมู่ต้นไม้ได้อย่างลงตัวเหมาะเจาะ ถ้าหากมีกล้องก็อยากจะขอเก็บภาพไว้เป็นความทรงจำไว้สักแชะสองแชะจังเลยแฮะ

เราล้มตัวลงนอนท่ามกลางกระสอบข้าว แสงสุดท้ายลาลับจมลงดินไปแล้ว จะยังคงเหลือเพียงแต่ดวงจันทร์เป็นเพื่อนเฝ้าดูเรา สายลมตีแสกหน้าเข้ามาอย่างหนักหน่วงและไม่ยั้ง มองขึ้นไปบนฟ้า เวิ้งว้างและมืดมน เห็นผืนเมฆกว้างใหญ่ที่บดบังแสงดาว ค่อยๆเคลื่อนตัวออกมาอย่างแช่มช้า แล้วแต่สายลมจะพัดนำพาไป เรานอนบนกระสอบข้าว ผ่านเมืองใหญ่ แสงสี ที่ใครบางคนบอกว่าดูดีทันสมัย ผ่านตลาดขายส่งใหญ่ ที่ที่เงินตราคือพระเจ้า เต็มไปด้วยการซื้อขายแลกเปลี่ยน เรานอนบนกระสอบข้าว ใคร่ครวญถึงสิ่งที่เราทำลงไปในวันนี้ เราทำอะไรลงไป? เราทำอย่างไร? ส่งผลกระทบยังไง? ถึงใครบ้าง? แล้วพรุ่งนี้จะทำอย่างไรให้ดีกว่าเดิม? พอใกล้จะถึงบ้านราชฯ ก็อุ่นใจ ดั่งคำที่ว่า   “ไม่มีที่ไหน สุขใจเท่าบ้านเรา”   แจกโรงบุญวันนี้ ก็ได้ประโยชน์มากมาย ได้ความรู้สึกอะไรดีๆเยอะแยะ ได้กำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปโดยสวัสดิภาพ

บันทึกเรื่องราวโดย เด็กชายเพียงตะวัน พุทธา ชั้นม.2

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

  • จำนวนการคลิกสุงสุด

    • ไม่มี
%d bloggers like this: